Prince Moulay Abdellah Stadium rises from a green belt of eucalyptus. Its envelope of some 19,000 champagne-coloured triangles was inspired by Rabat’s palm-lined thoroughfares and traditional Fez embroidery (Photo: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)
Cover สนาม Prince Moulay Abdellah หนึ่งในลิสต์สเตเดียมที่สวยที่สุดในโลกจาก Prix Versailles 2026 ตั้งตระหง่านโดดเด่นท่ามกลางแนวต้นยูคาลิปตัสสีเขียวขจี ตัวสนามห่อหุ้มด้วยแผ่นพรรณนารูปสามเหลี่ยมสีแชมเปญกว่า 19,000 ชิ้น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากทิวต้นปาล์มที่เรียงรายบนถนนในเมืองราบัต และลวดลายงานปักแบบดั้งเดิมของเมืองแฟ็ส (ภาพ: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)
Prince Moulay Abdellah Stadium rises from a green belt of eucalyptus. Its envelope of some 19,000 champagne-coloured triangles was inspired by Rabat’s palm-lined thoroughfares and traditional Fez embroidery (Photo: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)

ตั้งแต่สนามฟุตบอลโฉมใหม่ในคอร์ซิกา สังเวียนโอลิมปิกฤดูหนาวที่มิลาน ไปจนถึง 2 สเตเดียมอลังการในโมร็อกโกที่เตรียมเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2030 เจาะลึก 7 สนามแข่งระดับโลกที่เข้ารอบ Prix Versailles 2026 พร้อมเตรียมประกาศผู้ชนะเวิลด์ไตเติ้ลปลายปีนี้

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา สถาบัน Prix Versailles ได้ประกาศรายชื่อ 7 โปรเจ็กต์สุดปังที่ติดโผ "สนามกีฬาที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2026" (World’s Most Beautiful Arenas List 2026) โดยผู้เข้าชิงปีนี้มาจาก 5 ทวีปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น แคนาดา, จีน, ฝรั่งเศส, อิตาลี, โมร็อกโก และนิวซีแลนด์ ซึ่ง 3 ใน 7 ของโปรเจ็กต์เหล่านี้จะได้ครอบครองมงกุฎ World Title (ไม่ว่าจะเป็นสาขา Prix Versailles รวม, สาขาตกแต่งภายใน หรือ สาขาตกแต่งภายนอก) โดยจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการที่สำนักงานใหญ่ UNESCO ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้

จุดสังเกตคือโปรเจ็กต์ที่ติดโผส่วนใหญ่มักเป็นสังเวียนสำหรับทัวร์นาเมนต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกทั้งนั้น อย่าง Unipol Dome ก็เพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ เพื่อรองรับโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ส่วน 2 สเตเดียมจากโมร็อกโกก็เตรียมพร้อมสำหรับเป็นเจ้าภาพร่วมศึกฟุตบอลโลก 2030 นอกจากนี้ 3 ใน 7 โปรเจ็กต์ (ในเมืองฟูริอานี, ราบัต และแทนเจียร์) เป็นการเนรมิตแปลงโฉมสนามเดิมให้ไฉไลกว่าเก่า แถมบริษัทสถาปนิกชื่อดังอย่าง Populous ยังเหมาออกแบบไปถึง 2 สนามในลิสต์นี้ด้วย ทางด้าน Jérôme Gouadain เลขาธิการของ Prix Versailles ได้กล่าวชื่นชมว่า สนามกีฬาเหล่านี้ "พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกมันคือภาพสะท้อนร่วมสมัยที่แท้จริงของบริบททางภูมิศาสตร์ในพื้นที่ที่พวกมันตั้งอยู่"

อ่านเพิ่มเติม: เผยโฉมรายชื่อสนามบินที่สวยที่สุดในโลกจากเวทีรางวัล Prix Versailles ประจำปี 2026

Coronation Park Centre, เอดมันตัน, แคนาดา

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 Coronation Park Centre ผู้เข้าชิงรางวัล Prix Versailles 2026 มาพร้อมเปลือกอาคารที่บิดตัวเป็นเกลียวริบบิ้น ล้อไปกับรูปทรงเรขาคณิตภายในของลานปั่นจักรยานเวโลโดรม (ภาพ: Nic Lehoux)
Photo 2 of 3 ตัวอาคารด้านบนกรุด้วยแผ่นโลหะโทนสีบรอนซ์ ตั้งตระหง่านอยู่เหนือผนังกระจกใสและโถงทางเข้าชั้นล่างที่เรียงรายไปด้วยจุดจอดจักรยาน (ภาพ: Nic Lehoux)
Photo 3 of 3 ลู่วิ่งตีวงโอบล้อมอาคารอยู่ใต้หลังคากรุไม้ที่รองรับด้วยโครงเหล็กสีขาว พร้อมหน้าต่างกระจกใสบานสูงจรดเพดานตลอดแนวขอบด้านนอก (ภาพ: Nic Lehoux)
Shortlisted for the Prix Versailles Most Beautiful Arenas 2026, the centre's ribbon-wall envelope twists to follow the velodrome's interior geometry (Photo: Nic Lehoux)
Bronze-toned metal panels clad the upper volume of the centre, which sits above a glazed band and a ground-floor entrance lined with bicycle racks (Photo: Nic Lehoux)
The running track circles the building beneath a timber-lined roof carried on white steel ribs, with floor-to-ceiling windows along its outer edge (Photo: Nic Lehoux)

Coronation Park ถือเป็นสนามปั่นจักรยานในร่มแห่งที่สามของแคนาดาที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) ซึ่งความเริ่ดคือเปิดให้ทั้งประชาชนทั่วไปและนักปั่นมือโปรเข้ามาใช้บริการได้ โปรเจ็กต์นี้ออกแบบโดยบริษัท hcma และ Dub Architects ร่วมกับ FaulknerBrowns โดยมิกซ์เอาสเปซสำหรับกีฬาระดับไฮเอนด์และพื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกวัยเข้าไว้ด้วยกัน สถาปนิกเลือกที่จะยกตัวเวโลโดรมขึ้นไปทั้งชั้นแล้วล้อมรอบด้วยลู่วิ่ง ทำให้คนที่อยู่ชั้นล่างสามารถยืนดูนักปั่นด้านบนได้ชิลๆ โดยไม่ต้องเดินลงไปใช้ทางเดินใต้ดินเลย

Tatler Asia
On a winter night, the lit band of glazing that wraps Coronation Park Centre shows runners moving around the track inside (Photo: Nic Lehoux)
Above ในคืนฤดูหนาว แสงไฟจากผนังกระจกที่โอบล้อม Coronation Park Centre เผยให้เห็นภาพนักวิ่งที่กำลังเพลิดเพลินอยู่บนลู่วิ่งด้านใน (ภาพ: Nic Lehoux)
Tatler Asia
From the basketball courts on the ground floor, visitors can watch cyclists on the raised velodrome above, while a skylight brings daylight into the hall and tiered blue seating with slides lines one side. (Photo: Nic Lehoux)
Above จากสนามบาสเกตบอลชั้นล่าง ผู้มาเยือนสามารถชมเหล่านักปั่นบนเวโลโดรมที่ยกตัวสูงขึ้นไปได้ โดยมีช่องแสงสกายไลท์คอยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาในโถง และมีที่นั่งอัฒจันทร์สีน้ำเงินลดหลั่นกันพร้อมสไลเดอร์ตกแต่งอยู่ฝั่งหนึ่ง (ภาพ: Nic Lehoux)
On a winter night, the lit band of glazing that wraps Coronation Park Centre shows runners moving around the track inside (Photo: Nic Lehoux)
From the basketball courts on the ground floor, visitors can watch cyclists on the raised velodrome above, while a skylight brings daylight into the hall and tiered blue seating with slides lines one side. (Photo: Nic Lehoux)

ภายใต้หลังคาที่ทอดยาวถึง 90 เมตร เปลือกอาคารที่ออกแบบให้พริ้วไหวเหมือนริบบิ้นถูกดัดให้โค้งรับกับเส้นสายเรขาคณิตของลู่วิ่ง ทำให้ตัวอาคารดูมีมิติและรูปทรงที่เปลี่ยนไปในทุกๆ มุมมองที่คุณยืนมอง นอกจากนี้ภายในศูนย์ยังมี Peter Hemingway Aquatic Centre รวมอยู่ด้วย ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดพักตั้งแคมป์ฝึกซ้อมชั้นดีสำหรับนักไตรกีฬา โดยศูนย์กีฬานี้ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะที่ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

Xiangyang Olympic Center Stadium, เซียงหยาง, จีน

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 ยามพลบค่ำ โครงหลังคาจะถูกเปิดไฟให้สว่างไสวจากด้านใน ลากเส้นสายต่อเนื่องจากตัวอัฒจันทร์หลักไปจนถึงอาคารทรงกลมที่อยู่ข้างๆ ภายในสปอร์ตคอมเพล็กซ์พื้นที่ 138,000 ตารางเมตรแห่งนี้ (ภาพ: Yilong Zhao)
Photo 2 of 3 สนาม Xiangyang Olympic Center Stadium ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีและสายน้ำในมณฑลหูเป่ย โดดเด่นด้วยหลังคาสีขาวที่เชื่อมต่อสเตเดียมเข้ากับอาคารทรงกลมด้านข้าง (ภาพ: Yilong Zhao)
Photo 3 of 3 สเตเดียมความจุ 30,000 ที่นั่งนี้ มีหลังคาที่ทอดยาวคลุมอัฒจันทร์แต่ยังเปิดรับลมเย็นๆ ไว้ฝั่งหนึ่ง โดยมีคอร์ทและสนามกีฬากลางแจ้งสำหรับให้ประชาชนทั่วไปใช้งานอยู่ถัดออกไป (ภาพ: Yilong Zhao)
At dusk the canopy is lit from within, tracing a continuous line from the stadium bowl to the neighbouring circular building in the 138,000-square-metre sports complex. (Photo: Yilong Zhao)
Xiangyang Olympic Center Stadium sits among green fields and waterways in Hubei Province, its white canopy linking the stadium to a circular venue beside it (Photo: Yilong Zhao)
The 30,000-seat stadium has a canopy that sweeps over the stands but leaves one side of the bowl open, with outdoor courts and pitches for public use beyond (Photo: Yilong Zhao)

ออกแบบโดย Central-South Architectural Design Institute (CSADI) สเตเดียมความจุ 30,000 ที่นั่งในมณฑลหูเป่ยแห่งนี้ โอบล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวและเปิดกว้างให้คนในชุมชนเข้ามาใช้งานได้จริง โดดเด่นด้วยหลังคาสีขาวที่แผ่คลุมอัฒจันทร์เป็นริบบิ้นผืนยาวต่อเนื่อง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากจังหวะการไหลของแม่น้ำฮั่น (Han River) และท่วงท่าอันสง่างามของนกฟีนิกซ์แห่งรัฐฉู่ (Chu phoenix) ที่กำลังสยายปีกบิน

Tatler Asia
A diamond-patterned lattice wraps the outer face of the canopy, carried on branching columns above a podium with wide public staircases (Photo: Yilong Zhao)
Above โครงตาข่ายแพทเทิร์นข้าวหลามตัดห่อหุ้มผิวด้านนอกของหลังคา โดยมีเสาทรงกิ่งไม้ช่วยรองรับอยู่เหนือฐานอาคารที่มีบันไดสาธารณะกว้างขวาง (ภาพ: Yilong Zhao)
Tatler Asia
Inclined white columns and a steel roof truss frame the concourse beneath the canopy, where the lattice casts patterned shadows across the floor (Photo: Yilong Zhao)
Above เสาสีขาวที่ตั้งเอียงและโครงหลังคาเหล็กถัก (steel roof truss) ทำหน้าที่เป็นกรอบให้กับบริเวณโถงทางเดินใต้หลังคา ซึ่งโครงตาข่ายจะทอดเงาเป็นลวดลายสวยงามลงบนพื้น (ภาพ: Yilong Zhao)
A diamond-patterned lattice wraps the outer face of the canopy, carried on branching columns above a podium with wide public staircases (Photo: Yilong Zhao)
Inclined white columns and a steel roof truss frame the concourse beneath the canopy, where the lattice casts patterned shadows across the floor (Photo: Yilong Zhao)

ตัวหลังคาจะคลุมอัฒจันทร์ส่วนใหญ่ไว้ แต่ตั้งใจเปิดฝั่งทิศใต้ให้โล่งเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกทั่วถึงทั้งโครงสร้าง ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบแบบพึ่งพาธรรมชาติ (bioclimatic) ที่ช่วยให้ผู้ชมเย็นสบายโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบแอร์ที่กินไฟ สเตเดียมแห่งนี้ตั้งอยู่ในสปอร์ตคอมเพล็กซ์ขนาดมหึมา 138,000 ตารางเมตร ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันให้ชาวเมืองมาออกกำลังกายกันได้ทุกวัน

Armand Cesari Stadium, ฟูริอานี, ฝรั่งเศส

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 Armand Cesari Stadium หรือที่รู้จักกันในชื่อ Stade de Furiani ตั้งอยู่ระหว่างแนวชายฝั่งคอร์ซิกาและหุบเขาของเกาะ โดดเด่นด้วยหลังคาสีขาวที่รองรับด้วยวงแหวนเสาโค้ง (ภาพ: Banzaiprod)
Photo 2 of 3 สนามแห่งนี้ได้รับการรีโนเวทโดย Ateliers A+ ในปี 2025 เพื่อเปิดรับทัศนียภาพของภูเขาและท้องทะเลโดยรอบให้มากขึ้น (ภาพ: Banzaiprod)
Photo 3 of 3 ในคืนที่มีแมตช์การแข่งขัน ไฟสีน้ำเงินจะสาดส่องไปยังโค้งหลังคาด้านบนของอัฒจันทร์ความจุ 16,500 ที่นั่ง โดยมีแสงไฟจากเมืองรอบๆ เป็นฉากหลัง (ภาพ: Banzaiprod)
Armand Cesari Stadium, also known as the Stade de Furiani, sits between the Corsican coastline and the island’s mountains, its white canopy carried on a ring of arched supports (Photo: Banzaiprod)
The stadium was renovated by Ateliers A+ in 2025 to open up to its setting of mountains and sea (Photo: Banzaiprod)
On a match night, blue lighting picks out the canopy’s rounded bays above the 16,500-seat terraces, with the lights of the surrounding town beyond. (Photo: Banzaiprod)

สนามกีฬาแห่งคอร์ซิกานี้เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1932 หรือที่หลายคนคุ้นหูกันในชื่อ Stade de Furiani ที่นี่เคยเป็นบ้านของทีม SC Bastia ตอนที่ทะลุเข้าชิงศึกยูฟ่าคัพในปี 1978 แถมเหตุการณ์ในปี 1992 ก็ยังคงเป็นภาพจำในประวัติศาสตร์ฟุตบอลมาจนถึงทุกวันนี้ และในปี 2025 บริษัท Ateliers A+ ก็ได้ทำการแปลงโฉมสนามใหม่ให้เปิดโล่ง รับวิวภูเขาและทะเลสวยๆ รอบเกาะได้อย่างเต็มตา

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 Membrane panels ที่ขึงตึงอยู่บนโครงไม้ทำหน้าที่เป็นหลังคา โดยเว้นช่องว่างทรงรีเปิดโล่งเหนือสนามหญ้า มองเห็นวิวภูเขาอยู่ลิบๆ (ภาพ: Banzaiprod)
Photo 2 of 2 โค้งหลังคาเมมเบรนทรงโดมครอบคลุมที่นั่งสีน้ำเงินสลับขาว ทำหน้าที่เป็นเหมือนกรอบรูปขับเน้นวิวหมู่บ้านบนเนินเขาด้านหลังสเตเดียมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น (ภาพ: Banzaiprod)
Membrane panels stretched over a timber framework form the canopy, which leaves an open oval above the pitch, looking towards the mountains (Photo: Banzaiprod)
The canopy’s domed membrane bays sit above blue and white seating, framing a view of a hillside village behind the stadium. (Photo: Banzaiprod)

วงแหวนต่อเนื่อง 3 วงถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโครงสร้างอัฒจันทร์ 16,500 ที่นั่ง (ซึ่งถูกสร้างขึ้นทีละเฟสในอดีต) ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน วงแรกจะโอบล้อมรอบสนามหญ้าและใช้สำหรับติดตั้งระบบไฟ วงที่สองทำหน้าที่รับน้ำหนักหลังคา ส่วนวงที่สามจะเป็นตัวล้อมรอบโครงสร้างภายนอกทั้งหมด การห่อหุ้มนี้ยังเป็นการต่อยอดโครงสร้างไม้เดิมของสนาม ทำให้ความเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัยถูกถักทอเข้าด้วยกันเป็นโครงสร้างเดียว แถมสนามแห่งนี้ยังถูกอัปเกรดให้ตอบโจทย์มาตรฐานการเข้าชมและการถ่ายทอดสดในปัจจุบันแบบเป๊ะๆ

Unipol Dome, มิลาน, อิตาลี

Tatler Asia
Visitors cross the forecourt beneath the Unipol Dome’s three rings, whose aluminium tubes alternate with bands of glazing (Photo: Noshe)
Above ผู้คนเดินข้ามลานกว้างด้านหน้าภายใต้วงแหวนสามชั้นของ Unipol Dome ที่ใช้ท่ออลูมิเนียมสลับกับแถบกระจกอย่างมีสไตล์ (ภาพ: Noshe)
Tatler Asia
Crowds gather on the forecourt before an event at the arena, which was inaugurated as Arena Milano for the 2026 Winter Olympic Games (Photo: Noshe)
Above ฝูงชนรวมตัวกันที่ลานด้านหน้าก่อนเริ่มงานอีเวนต์ที่อารีน่าแห่งนี้ ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในชื่อ Arena Milano เพื่อเตรียมต้อนรับกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 (ภาพ: Noshe)
Visitors cross the forecourt beneath the Unipol Dome’s three rings, whose aluminium tubes alternate with bands of glazing (Photo: Noshe)
Crowds gather on the forecourt before an event at the arena, which was inaugurated as Arena Milano for the 2026 Winter Olympic Games (Photo: Noshe)

Unipol Dome ถือเป็นสนามกีฬาในร่มที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี เปิดตัวอย่างเป็นทางการในชื่อ Arena Milano เพื่อเตรียมรับมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ดีไซน์โดย David Chipperfield Architects ร่วมกับ Arup โดยหยิบเอาแรงบันดาลใจมาจากอัฒจันทร์ยุคโรมันโบราณ โครงสร้างวงแหวนสามชั้นที่มีความสูงไล่ระดับกันดูเหมือนกำลังลอยตัวอยู่เหนือฐานโพเดียมอันแข็งแกร่ง ในตอนกลางวัน ท่ออลูมิเนียมบนวงแหวนจะเล่นแสงระยิบระยับล้อกับแสงอาทิตย์ ส่วนตอนกลางคืน ไฟ LED ที่ซ่อนไว้จะเปลี่ยนให้เปลือกอาคารภายนอกกลายเป็นงานแสดงแสงสีสุดตระการตา

อ่านเพิ่มเติม: 7 พิพิธภัณฑ์สวยที่สุดในโลก 2026 จากเวที Prix Versailles ที่สายอาร์ตต้องไปเยือน

Tatler Asia
A concert in the main hall, which can hold up to 16,000 spectators (Photo: Noshe)
Above คอนเสิร์ตภายในฮอลล์หลัก ซึ่งสามารถรองรับผู้ชมได้สูงสุดถึง 16,000 คน (ภาพ: Noshe)
A concert in the main hall, which can hold up to 16,000 spectators (Photo: Noshe)

อารีน่านี้จุคนได้จุกๆ ถึง 16,000 คน มีบันไดกว้างใหญ่นำทางขึ้นสู่ลานระเบียงยกระดับขนาด 12,000 ตารางเมตร ที่พร้อมรับจบทุกงานตั้งแต่อีเวนต์ระดับโลกไปจนถึงการมานั่งชิลพบปะกันของคนในย่าน ด้วยความที่ตั้งอยู่ท่ามกลางลานหินและสวนสวยๆ ในย่าน Santa Giulia ที่กำลังพัฒนาใหม่ อารีน่าแห่งนี้เลยกลายเป็นแลนด์มาร์กศูนย์กลางแห่งใหม่ของเมืองมิลานไปโดยปริยาย

Prince Moulay Abdellah Stadium, ราบัต, โมร็อกโก

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 สเตเดียมนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่โดย Populous ภายในเวลาเพียง 24 เดือน ก่อนที่โมร็อกโกจะเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2030 (ภาพ: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)
Photo 2 of 3 ในยามค่ำคืน เปลือกอาคารจะเปลี่ยนเป็นหน้าจอเคลื่อนไหวได้ ซึ่งในภาพนี้ถูกเปิดด้วยแสงสีเขียวและขาว (ภาพ: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)
Photo 3 of 3 สนาม Prince Moulay Abdellah ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแนวต้นยูคาลิปตัสสีเขียวขจี ตัวสนามห่อหุ้มด้วยแผ่นพรรณนารูปสามเหลี่ยมสีแชมเปญกว่า 19,000 ชิ้น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากทิวต้นปาล์มเรียงรายบนถนนในเมืองราบัต และลวดลายงานปักแบบดั้งเดิมของเมืองแฟ็ส (ภาพ: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)
The stadium was rebuilt by Populous in 24 months ahead of Morocco co-hosting the 2030 World Cup (Photo: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)
At night the envelope becomes an animated screen, lit here in green and white (Photo: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)
Prince Moulay Abdellah Stadium rises from a green belt of eucalyptus. Its envelope of some 19,000 champagne-coloured triangles was inspired by Rabat’s palm-lined thoroughfares and traditional Fez embroidery (Photo: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)

รีบิลด์ใหม่ทั้งหมดโดยบริษัท Populous ภายในเวลาแค่ 24 เดือน! สเตเดียมความจุ 67,000 ที่นั่งแห่งนี้จะเป็นหนึ่งในสังเวียนหลักของโมร็อกโกในการเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2030 ตัวสนามตั้งตระหง่านอยู่กลางแนวป่าต้นยูคาลิปตัสสุดร่มรื่น เปลือกอาคารสีทองอร่ามได้แรงบันดาลใจมาจากทิวต้นปาล์มบนถนนสายหลักของราบัตและศิลปะงานปักดั้งเดิมของเมืองแฟ็ส แผ่นสามเหลี่ยมสีแชมเปญขนาดไล่เลี่ยกันกว่า 19,000 ชิ้นถูกนำมาต่อกันเป็นฟาสาดและหลังคาผืนเดียวกันแบบไร้รอยต่อ ซึ่งพอตกกลางคืนก็จะแปลงร่างเป็นหน้าจออนิเมชั่นสุดล้ำ

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 ถูกเซ็ตอัปเพื่อรองรับศึกแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ สเตเดียมความจุ 67,000 ที่นั่งนี้โดดเด่นด้วยอัฒจันทร์ขนาดยักษ์ที่ชั้นบนสุดยื่นออกไปด้านนอกถึง 8 เมตร (ภาพ: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)
Photo 2 of 2 เสาประดับโมเสกลวดลายเรขาคณิตและผนังสีทองเรืองแสงตกแต่งอยู่บริเวณโถงต้อนรับของสเตเดียม ซึ่งล้อไปกับโทนสีของเปลือกอาคารด้านนอกได้อย่างลงตัว (ภาพ: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)
Set up for the Africa Cup of Nations, the 67,000-seat stadium has monumental terraces whose top level projects 8 metres outwards (Photo: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)
Geometric mosaic columns and backlit golden wall panels line the stadium’s reception areas, which pick up the colours of its exterior envelope (Photo: Société des Infrastructures Sportives de Rabat)

ธีมสีทองอร่ามนี้ยังคงคอนเซ็ปต์ต่อเนื่องไปถึงโถงต้อนรับด้านในด้วย อัฒจันทร์เชียร์ขนาดยักษ์ (หรือที่เรียกกันว่า kops) สามารถจุแฟนบอลฮาร์ดคอร์ได้ถึง 20,000 คน โดยออกแบบให้ชั้นบนสุดยื่นพุ่งออกไปด้านหน้าถึง 8 เมตร สเตเดียมแห่งนี้เพิ่งได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากการใช้จัดศึกแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา

Tangier Grand Stadium, แทนเจียร์, โมร็อกโก

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า Ibn Batouta Stadium สนามแห่งนี้ตั้งตระหง่านเหนือตึกอพาร์ตเมนต์สีขาวของเมืองแทนเจียร์ ปัจจุบันสามารถจุผู้ชมได้ถึง 75,500 คน ทำให้ที่นี่กลายเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโมร็อกโก (ภาพ: Morocco lens)
Photo 2 of 3 Tangier Grand Stadium ผู้เข้าชิงรางวัล Prix Versailles Most Beautiful Arenas 2026 ยังเป็นรังเหย้าของสโมสรฟุตบอล Ittihad Riadi อีกด้วย (ภาพ: Morocco lens)
Photo 3 of 3 ด้านใน Tangier Grand Stadium โดดเด่นด้วยหลังคาที่ทำจากสายเคเบิลโลหะและแผ่นเมมเบรนยืดหยุ่นขนาด 52,000 ตารางเมตรคอยเป็นร่มเงาให้กับอัฒจันทร์ ซึ่งถูกขยับเข้ามาใกล้สนามหญ้ามากขึ้นหลังจากรื้อลู่วิ่งกรีฑาเก่าออกไป (ภาพ: Abdou Faiz)
Also known as Ibn Batouta Stadium, the ground rises above the white apartment blocks of Tangier and now seats 75,500, making it Morocco’s biggest stadium. (Photo: Morocco lens)
Shortlisted for the Prix Versailles Most Beautiful Arenas 2026, the stadium is home to Ittihad Riadi. (Photo: Morocco lens)
Inside Tangier Grand Stadium, a 52,000-square-metre canopy of metal cables and flexible membranes shelters the terraces, which were brought closer to the pitch when the old athletics track was removed. (Photo: Abdou Faiz)

ที่นี่เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Ibn Batouta Stadium เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี 2011 ก่อนจะถูกจับแปลงโฉมครั้งใหญ่ภายใต้การดูแลของสถาปนิก Anouar Amaoui เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศึกแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2025 และฟุตบอลโลก 2030 ด้วยความจุที่อัปเกรดเป็น 75,500 ที่นั่ง ตอนนี้ที่นี่เลยครองแชมป์สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโมร็อกโกไปแล้ว การรื้อลู่วิ่งกรีฑาของเดิมทิ้งและปรับลดระดับสนามหญ้าลงไปประมาณ 8 เมตร ช่วยดึงที่นั่งคนดูให้เข้ามาใกล้ชิดขอบสนามได้ฟีลแบบติดขอบจอสุดๆ

Tatler Asia
Layered bands of faceted cladding wrap the stadium, which was transformed under architect Anouar Amaoui ahead of the 2025 Africa Cup of Nations and the 2030 FIFA World Cup. (Photo: Morocco lens)
Above เปลือกอาคารเหลี่ยมมุมเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ โอบล้อมสเตเดียมที่ได้รับการพลิกโฉมโดยสถาปนิก Anouar Amaoui เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2025 และฟุตบอลโลก 2030 (ภาพ: Morocco lens)
Tatler Asia
The canopy’s membrane domes crest the stadium’s outer envelope, set against the rooftops of the city known as the Bride of the North. (Photo: Morocco lens)
Above โดมหลังคาเมมเบรนตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเปลือกอาคารของสเตเดียม ตัดกับวิวหลังคาบ้านเรือนในเมืองที่ได้รับสมญานามว่า 'เจ้าสาวแห่งแดนเหนือ' (ภาพ: Morocco lens)
Layered bands of faceted cladding wrap the stadium, which was transformed under architect Anouar Amaoui ahead of the 2025 Africa Cup of Nations and the 2030 FIFA World Cup. (Photo: Morocco lens)
The canopy’s membrane domes crest the stadium’s outer envelope, set against the rooftops of the city known as the Bride of the North. (Photo: Morocco lens)

โปรเจ็กต์นี้ยังมีการเสริมความปังด้วยหลังคาขนาด 52,000 ตารางเมตร ที่ดีไซน์ร่วมกับวิศวกรจาก Schlaich Bergermann Partner โดยผสมผสานสายเคเบิลโลหะเข้ากับแผ่นเมมเบรนแบบยืดหยุ่น ช่วยบังลมและเป็นร่มเงาให้ทั้งฝั่งคนดูและตัวสนามแข่ง พอตกค่ำ แสงไฟของสเตเดียมก็จะสะท้อนเส้นสายสถาปัตยกรรมออกมาให้เห็นเด่นชัด สนามแห่งนี้เป็นรังเหย้าของทีม Ittihad Riadi ในเมืองที่ได้ฉายาเก๋ๆ ว่า "เจ้าสาวแห่งแดนเหนือ" (Bride of the North)

One New Zealand Stadium, เต คาฮา, ไครสต์เชิร์ช, นิวซีแลนด์

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 ออกแบบโดย Populous และ Warren & Mahoney ฟาสาดของสนามดึงเอกลักษณ์ของภูเขา สายน้ำ และสีสันของฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงมาใช้เป็นลูกเล่น (ภาพ: Dennis Radermacher)
Photo 2 of 3 หนึ่งในผู้เข้าชิง Prix Versailles Most Beautiful Arenas 2026 สเตเดียมแห่งนี้จะเปล่งแสงสีแดงอย่างโดดเด่นในยามค่ำคืน (ภาพ: Joel Kearns-Docker)
Photo 3 of 3 ภาพคอนเสิร์ตในสเตเดียมความจุ 30,000 ที่นั่ง ซึ่งเป็นรังเหย้าของทีม Crusaders และบางครั้งก็เป็นสนามแข่งของทีม All Blacks ด้วย (ภาพ: Alec Huisman)
Shortlisted for the Prix Versailles Most Beautiful Arenas 2026, the stadium glows red after dark (Photo: Joel Kearns-Docker)
Glazed lounges open onto a terrace above the pitch, beneath a roof of transparent ETFE carried on a white steel frame. In the stands opposite, the seating picks out a pattern based on the mangōpare, the hammerhead shark (Photo: Dennis Radermacher)
A concert in the 30,000-seat stadium, which is home to the Crusaders and sometimes hosts the All Blacks (Photo: Alec Huisman)

สเตเดียมความจุ 30,000 ที่นั่งแห่งนี้เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2026 เป็นผลงานการออกแบบของ Populous ร่วมกับ Warren & Mahoney มาพร้อมหลังคาแบบฟิกซ์ที่ใช้วัสดุโปร่งแสง ETFE ภาษางานดีไซน์ของที่นี่ดึงเอาเสน่ห์ของภูมิประเทศแคนเทอร์เบอรี (Canterbury) และวัฒนธรรมเมารีมาเล่นอย่างเต็มที่ ตัวฟาสาดสะท้อนภาพของภูเขา แม่น้ำ และสีสันของฤดูกาลที่เปลี่ยนผ่าน ส่วนอัฒจันทร์ด้านในมีการซ่อนลวดลาย "mangōpare" หรือลวดลายฉลามหัวค้อน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความแข็งแกร่ง พลัง และความมุ่งมั่นทุ่มเทตามแบบฉบับชาวนิวซีแลนด์

Tatler Asia
A tram travels along a city-centre street towards the stadium’s white steel framework. Te Kaha opened in April 2026 (Photo: Joel Kearns-Docker)
Above รถรางแล่นผ่านถนนใจกลางเมืองโดยมีจุดหมายปลายทางเป็นโครงสร้างเหล็กสีขาวของสเตเดียม Te Kaha ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายน 2026 (ภาพ: Joel Kearns-Docker)
Tatler Asia
One New Zealand Stadium, Te Kaha, sits in central Christchurch with the hills of Canterbury behind it. Designed by Populous and Warren & Mahoney, its facade references mountains, waterways and the colours of the changing seasons (Photo: Dennis Radermacher)
Above เลานจ์กระจกใสเปิดออกสู่ระเบียงชมวิวด้านบนสนามหญ้า ภายใต้หลังคาวัสดุโปร่งแสง ETFE ที่รองรับด้วยโครงเหล็กสีขาว (ภาพ: Dennis Radermacher)
A tram travels along a city-centre street towards the stadium’s white steel framework. Te Kaha opened in April 2026 (Photo: Joel Kearns-Docker)
One New Zealand Stadium, Te Kaha, sits in central Christchurch with the hills of Canterbury behind it. Designed by Populous and Warren & Mahoney, its facade references mountains, waterways and the colours of the changing seasons (Photo: Dennis Radermacher)

โปรเจ็กต์นี้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับชนเผ่า Ngāi Tahu โดยได้แรงบันดาลใจหลักมาจากตำนานการสร้างโลกของบรรพบุรุษที่เล่าขานถึงตอนที่เทพ Tāne (เทพเจ้าแห่งป่า) ทรงแยก Sky Father (เทพแห่งท้องฟ้า) ออกจาก Earth Mother (เทพีแห่งพื้นดิน) เพื่อนำแสงสว่างและความอบอุ่นมาสู่โลก สเตเดียมแห่งนี้เป็นบ้านของทีมรักบี้ Crusaders และยังใช้จัดแมตช์ของทีมชาติระดับตำนานอย่าง All Blacks เป็นครั้งคราวอีกด้วย


This story was originally written in English by Jennifer Choo.

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ


อ่านเพิ่มเติม

16 ร้านอาหารที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2026 จากเวทีรางวัล Prix Versailles

7 สถาปัตยกรรมเปลี่ยนโลก ของชายแว่นตาทรงกลม Le Corbusier บิดาแห่งสถาปัตยกรรมโมเดิร์น

เมื่อศิลปะมองหาคนที่ ‘ใช่’ สู่ House Museum by Rom Design อาร์ตสเปซที่ชวนนักคิดมาต่อบทสนทนาที่มีความหมาย

Topics