Tatler+
‘สมุดบันทึก’ แห่งกลิ่นกรุ่นอันสุนทรีย์ ธนัญญา สุธีรชัย กับความเชื่อที่ทำให้ Journal เติบโตด้วยจุดยืนอันกล้าหาญ
ในยุคสมัยที่มาตรฐานความงามถูกจำกัดไว้เพียงไม่กี่รูปแบบ และผู้คนต่างเดินเข้าคลินิกเสริมความงามเพื่อปรับเปลี่ยนตัวเองให้ตรงตามพิมพ์นิยมจนแทบไม่ต่างกัน การจะตระหนักได้ว่าความงามที่แท้จริงเริ่มจากการได้เป็นตัวเอง และรู้สึกดีกับตัวตนของเรานั้น ต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ฟ้า ธนัญญา สุธีรชัย ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง Journal แบรนด์น้ำหอมและเครื่องหอมสัญชาติไทย คือผู้ผสานศาสตร์แห่งความหอมในแบบไทยเข้ากับการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์แห่งความงามและความสุนทรีย์อันเป็นเอกลักษณ์สู่เวทีระดับสากล และเธอคือผู้ที่จุดประกายความเชื่อที่ว่านั้นผ่านทางแบรนด์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยจุดยืนที่กล้าหาญ ซึ่งในวันนี้ Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอที่แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ล่าสุดที่ Journal รังสรรค์ขึ้นกับแบรนด์รองเท้า Bloc B บนถนนทรงวาด
อ่านเพิ่มเติม: Beauty Items Report: ไอเท็มความงามประจำสัปดาห์ ตั้งแต่ออยล์บำรุงผิว เซรั่มลดจุดด่างดำ และรองพื้นที่มีถึง 50 เฉดสี!

Above "ความงามที่แท้จริงเริ่มจากการได้เป็นตัวเอง และรู้สึกดีกับตัวตนของเรา" ธนัญญา สุธีรชัย ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง Journal (Photo: Worapon Teerawatvijit)
From Fine Scents to Beauty Lifestyle: The Journal Definition of Beauty
Journal คือแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการใช้ภูมิปัญญาการทำเครื่องหอมไทยโบราณ ก่อนจะผสมผสานการบำรุงให้เข้ากับความหอมจนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ Body Oil ที่ ณ ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องสาธยายถึงสรรพคุณใดๆ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ “สำหรับฟ้า กลิ่นหอมกับการบำรุงผิวไม่เคยเป็นสองเรื่องที่แยกออกจากกัน ตั้งแต่วันแรกที่ทำ Body Oil เราตั้งใจให้การดูแลผิวเป็นมากกว่าการบำรุงผิว” ธนัญญาเล่า “หลักคิดของเราคือเนื้อสัมผัสต้องดี กลิ่นต้องหอม และผิวต้องได้รับประโยชน์จริง อย่างการเลือกใช้น้ำมันธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิวควบคู่กับการตั้งใจพัฒนากลิ่นด้วยแนวคิดแบบ Fine Fragrance มีโครงสร้างทั้ง Top, Middle และ Base Notes ทำให้กลิ่นค่อยๆ เปลี่ยนและมีมิติเมื่ออยู่บนผิว เหมือนกับการใช้น้ำหอมจริงๆ เพราะฉะนั้นสำหรับ Journal การผสานศาสตร์แห่งกลิ่นหอมเข้ากับการบำรุงผิว คือการทำให้เป็นมากกว่า Beauty Routine ที่ดูแลทั้งผิว ความรู้สึก และสะท้อนตัวตนของเราได้ในเวลาเดียวกัน”
“เทรนด์ความงามอาจเปลี่ยนไปทุกปี แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความงามที่แท้จริงเริ่มจากการได้เป็นตัวเอง และรู้สึกดีกับตัวตนของเรา” เธอกล่าวด้วยความเชื่อมั่น “สำหรับฟ้า กลิ่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสะท้อนตัวตนตรงนั้นได้ค่ะ เพราะแต่ละคนเลือกกลิ่นที่เข้ากับบุคลิก ความรู้สึก หรือเรื่องราวของตัวเอง กลิ่นจึงไม่ใช่แค่สิ่งที่ทำให้เราหอม แต่เหมือนเป็นอีกภาษาหนึ่งที่บอกว่าเราเป็นใคร โดยไม่จำเป็นต้องพูดออกมา ซึ่ง Journal เองก็เกิดมาจากแนวคิดนี้ เรามองว่ากลิ่นเชื่อมโยงกับทั้งความทรงจำ อารมณ์ และตัวตนของแต่ละคน บางกลิ่นอาจทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาดี ๆ บางกลิ่นช่วยเปลี่ยน mood หรือทำให้เรารู้สึกมั่นใจและเป็นตัวเองมากขึ้น Journal จึงเป็นมากกว่าเครื่องหอม แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราได้กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง และเมื่อข้างในรู้สึกดี ความงามข้างนอกก็จะตามมาเองค่ะ”
อ่านเพิ่มเติม: อัพเดทไอเทมความงามแห่งฤดูกาลใหม่ จากรองพื้นผิวฉ่ำ ไปจนถึงบลัชสีสดใส และ K-Beauty จาก Olive Young

Above "กลิ่นจึงไม่ใช่แค่สิ่งที่ทำให้เราหอม แต่เหมือนเป็นอีกภาษาหนึ่งที่บอกว่าเราเป็นใคร โดยไม่จำเป็นต้องพูดออกมา" ธนัญญาเล่า “ชื่อ Journal มาจากคำว่า ‘สมุดบันทึก’ ค่ะ เพราะเราเชื่อว่าทุกกลิ่นมีเรื่องราว และอยากใช้กลิ่นเป็นบันทึกที่ถ่ายทอดความเป็นไทย ทั้งวิถีชีวิต อาหาร สถานที่ และความทรงจำ” (Photo: Worapon Teerawatvijit)
Meticulously Curated Ingredients
“ชื่อ Journal มาจากคำว่า ‘สมุดบันทึก’ ค่ะ เพราะเราเชื่อว่าทุกกลิ่นมีเรื่องราว และอยากใช้กลิ่นเป็นบันทึกที่ถ่ายทอดความเป็นไทย ทั้งวิถีชีวิต อาหาร สถานที่ และความทรงจำ” แต่นอกจากเรื่องกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนผสมธรรมชาติที่ใช้ในการบำรุงผิวของ Journal ก็ล้วนมีความพิเศษ ทั้งยังช่วยตอบโจทย์ผิวของชาวเอเชียได้ดี “แต่กลิ่นที่ดีเป็นแค่ครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ดีค่ะ อีกครึ่งคือสิ่งที่ผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวได้จริง เราจึงตั้งโจทย์ตั้งแต่แรกว่าต้องออกแบบมาเพื่อผิวคนไทยและสภาพอากาศแบบเรา อากาศร้อนชื้นเกือบทั้งปี เจอแดดแรง เจอแอร์ในออฟฟิศ ผิวเลยขาดน้ำได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว แต่ขณะเดียวกันเราก็ไม่ชอบความเหนอะหนะ” นั่นจึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของแบรนด์ “Body Oil ของ Journal จึงเลือกใช้ออยล์เนื้อบางเบาอย่าง Safflower Oil ร่วมกับน้ำมันเมล็ดองุ่นและน้ำมันเมล็ดทานตะวัน ออยล์กลุ่มนี้มีกรดไขมันลิโนเลอิกสูง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ จึงซึมเร็ว ไม่ทิ้งคราบมัน และช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวในการกักเก็บความชุ่มชื้น อีกทั้งยังมีวิตามินอีที่ช่วยดูแลผิวจากความเสียหายในชีวิตประจำวันด้วยค่ะ”
แต่สำหรับฟ้าและ Journal เธอเชื่อว่าคำพูดสวยหรูของแบรนด์ไม่ควรเป็นสิ่งเดียวที่บอกเล่าคุณสมบัติเหล่านี้ให้ลูกค้าฟัง “เราได้นำผลิตภัณฑ์ไปทดสอบ ฟ้าลงทุนไป 3 ล้าน กับอาสาสมัคร 230 คน ผลที่ออกมาทำให้ทีมภูมิใจมากค่ะเพราะยืนยันว่าผิวชุ่มชื้น ฉ่ำวาว ดูอิ่มน้ำเห็นว่าสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น รู้สึกว่าผิวเรียบเนียนขึ้นจริง” และ Body Oil ยังผ่านการทดสอบการแพ้ภายใต้การประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เพราะเธอมองว่าอนาคตของแบรนด์ความงามไทยไม่ใช่การเลือกระหว่าง "เรื่องราว" กับ "วิทยาศาสตร์" แต่ต้องมีทั้งสองอย่าง กลิ่นทำให้คนรัก แต่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ทำให้คนกลับมาใช้ซ้ำ และนั่นคือสิ่งที่จะทำให้แบรนด์ไทยยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างมั่นใจ
หนึ่งในส่วนผสมที่เธอผูกพันเป็นพิเศษคือไม้กฤษณา (Agarwood) วัตถุดิบล้ำค่าที่มีรากในภูมิภาคของเรามายาวนาน มอบกลิ่นลุ่มลึก อบอุ่น และมีมิติ “ฟ้ามองว่ากฤษณาเป็นตัวแทนของความเป็นไทยและเอเชียที่ทั้งดั้งเดิมและร่วมสมัย และเป็นวัตถุดิบที่ Journal สามารถหยิบมาเล่าในมุมมองใหม่ได้อย่างมีเอกลักษณ์”

Above ธนัญญาตั้งใจรังสรรค์แฟล็กชิปสโตร์แห่งนี้ให้มีทั้งเรื่องราวของ Journal และ Bloc B ในมุมหนึ่งของร้านจึงถูกเนรมิตให้เป็นห้องลองรองเท้า (Photo: Worapon Teerawatvijit)
Her Own Beauty Routine
"Routine ของฟ้าไม่ซับซ้อนเลยค่ะ ฟ้าเชื่อว่าการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคือสิ่งที่เราทำได้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ฟ้าทำเป็นประจำและอยากแนะนำมากที่สุด คือการทา Body Oil ทันทีหลังอาบน้ำ ตอนที่ผิวยังหมาดๆ การทาออยล์ตอนนั้นจะช่วยเคลือบผิวและชะลอการสูญเสียน้ำ เหมือนล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้ ผิวจึงนุ่มและดูอิ่มน้ำกว่าการทาตอนผิวแห้งสนิทมาก” และยังคงไม่ทิ้งเรื่องกลิ่น ที่เธอบอกไว้เสมอว่าต้องมาคู่กับการบำรุง “หลายคนอาจไม่รู้ว่า Body Oil คือเบสที่ดีที่สุดสำหรับน้ำหอมค่ะ เพราะบนผิวที่ชุ่มชื้นและมีน้ำมันเคลือบอยู่ กลิ่นจะค่อยๆ ปล่อยออกมาและอยู่ได้นานขึ้น ฟ้าเลยชอบทำ Layering โดยเริ่มจาก Body Oil เป็นฐาน แล้วค่อยฉีดน้ำหอมตามบริเวณจุดชีพจร เช่น ข้อมือ ข้างลำคอ หลังใบหู และข้อพับแขน ซึ่งเป็นจุดที่ผิวอุ่นและช่วยกระจายกลิ่นได้ดี ข้อสำคัญคือไม่ควรถูข้อมือเข้าหากันหลังฉีด เพราะจะทำให้กลิ่นช่วงแรกเพี้ยนและจางเร็ว”

Above ธนัญญาตั้งโจทย์ตั้งแต่แรกว่าผลิตภัณฑ์ต้องเหมาะกับคนไทยและสภาพอากาศร้อนชื้น Body Oil ของ Journal จึงมีเนื้อบางเบาและช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว (Photo: Worapon Teerawatvijit)

Above สิ่งที่ธนัญญาอยากแนะนำมากที่สุดคือการทา Body Oil ทันทีหลังอาบน้ำ ตอนที่ผิวยังหมาดๆ เพื่อล็อกความชุ่มชื้นและช่วยให้กลิ่นติดทนนานขึ้น (Photo: Worapon Teerawatvijit)
แม้การใช้ออยล์และน้ำหอมกลิ่นเดียวกัน อาจทำให้กลิ่นติดทนนาน แต่สำหรับธนัญญา ความสนุกแท้จริงของการ Layering คือการผสมกลิ่นที่ต่างกันเพื่อสร้างกลิ่นใหม่ที่มีความเฉพาะตัว “หลักง่ายๆ ที่ฟ้าใช้คือให้กลิ่นที่หนักและลึกอยู่ชั้นล่าง กลิ่นที่เบาและสดชื่นอยู่ชั้นบน เช่น กลิ่นไม้อย่างไม้กฤษณาเป็นฐาน แล้วเติมความสดใสด้วยกลิ่นซิตรัสหรือกลิ่นเขียวๆ ด้านบน จะได้กลิ่นที่ทั้งอบอุ่นและมีชีวิตชีวา หรือถ้าอยากได้ความนุ่มนวล ก็จับคู่กลิ่นดอกไม้กับกลิ่นมัสก์ จะได้ความหอมแบบละมุนใกล้ตัว” สำหรับมือใหม่ เธอแนะนำว่าให้เริ่มจากกลิ่นที่อยู่ในกลุ่มใกล้เคียงกันก่อน แล้วค่อยๆ ทดลองคู่ที่ตัดกันมากขึ้น และควรลองบนผิวจริงทิ้งไว้สักพักก่อนตัดสินใจ เพราะกลิ่นจะเปลี่ยนไปตามเวลาและเคมีผิวของแต่ละคน
“สำหรับฟ้า กลิ่นเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งตัวและเป็นภาษาที่มองไม่เห็นค่ะ กลิ่นเชื่อมกับความทรงจำและอารมณ์ได้ตรงกว่าประสาทสัมผัสอื่น บางครั้งแค่ได้กลิ่นเดิมอีกครั้ง เราก็ย้อนกลับไปอยู่ในช่วงเวลานั้นได้ทันที ฟ้าเลยชอบเลือกกลิ่นตาม Mood ของแต่ละวัน วันที่ต้องการความสดชื่นและพลังก็เลือกกลิ่นสดใส วันที่อยากผ่อนคลายก็เลือกกลิ่นนุ่มนวล หรือวันที่มีประชุมสำคัญก็เลือกกลิ่นที่ลึกและมั่นคงเพื่อเพิ่มความมั่นใจ การได้ใช้เวลาไม่กี่นาทีหลังอาบน้ำทาออยล์และเลือกกลิ่นให้ตัวเอง จึงไม่ใช่แค่ Beauty Routine แต่เป็นช่วงเวลาเล็กๆ ที่เราได้ดูแลและฟังตัวเองในแต่ละวันค่ะ ซึ่งก็ตรงกับความหมายของ Journal ที่อยากให้ทุกวันกลายเป็นหนึ่งหน้าบันทึกที่มีกลิ่นและความทรงจำเป็นของตัวเอง”

Above สมุดบันทึกแห่งความหอมที่เขียนโดย ธนัญญา สุธีรชัย "เพราะเราเชื่อว่าทุกกลิ่นมีเรื่องราว และอยากใช้กลิ่นเป็นบันทึกที่ถ่ายทอดความเป็นไทย ทั้งวิถีชีวิต อาหาร สถานที่ และความทรงจำ” (Photo: Worapon Teerawatvijit)
The Next Big Thing in Beauty
“ฟ้ามองว่า Clean Beauty ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์แล้วค่ะ แต่กำลังกลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานของผู้บริโภค คนเริ่มใส่ใจมากขึ้นว่าสิ่งที่ใช้กับผิวคืออะไร มีที่มาอย่างไร และเหมาะกับตัวเองแค่ไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับ Aromatherapy Skin Care ฟ้าคิดว่าจะเติบโตขึ้นอีก เพราะวันนี้คนไม่ได้มองการดูแลตัวเองแค่เรื่องผิวสวย แต่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกและสุขภาวะทางใจ มากขึ้น กลิ่นจึงเข้ามามีบทบาทในการสร้าง Mood ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น หรือมั่นใจในแต่ละช่วงเวลาของวัน” ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ล้วนตรงกับสิ่งที่เธอและ Journal เชื่อมาตั้งแต่ต้น และในอนาคต คนจะยิ่งให้ความใส่ใจ เลือกกลิ่นที่มีความหมายและสะท้อนความเป็นตัวเองมากขึ้น
ความเชื่อของธนัญญาได้ทำให้พวกเราเห็นแล้วว่าความงามมีมิติที่ลึกซึ้งมากกว่าท่ีตามองเห็นและที่จมูกได้กลิ่น แต่มันคือสุนทรียภาพในชีวิตประจำวันที่ทำให้คนรู้สึกดีจากภายใน โดยไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบหรือวาดหวังให้ตัวเองเป็นเหมือนดั่งมาตรฐานความงามที่สังคมมอบให้ เพราะสุดท้ายแล้วความสุขและความมั่นใจไม่ควรถูกจำกัดไว้ที่ภาพลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อเราพูดถึงการก้าวสู่ระดับโลก “สำหรับ Journal เราจึงอยากพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อทั้ง Fragrance, Skin Care และ Well-being เข้าด้วยกัน ให้การใช้กลิ่นเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองในทุกวัน พร้อมกับเดินหน้าสร้างสรรค์กลิ่นที่มีเอกลักษณ์และเล่าเรื่องความเป็นไทยในมุมใหม่ๆ ให้ไปได้ไกลในระดับสากลค่ะ”
อ่านเพิ่มเติม:
หลากเมคอัพลุคสวยเป๊ะของ Zendaya บนพรมแดงโปรโมทภาพยนตร์ 'Spider-Man: Brand New Day'
‘Beauty Items that Keeps You Looking Young’ ผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อลุคสวย แลดูอ่อนเยาว์
Ready-Set-Glow! บ่งบอกถึงความชุ่มชื้นและเปล่งปลั่ง ด้วยไอเท็มบำรุงเพื่อผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำวาวราวกระจก





